Tips

 
 
          1. วิธีออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยใช้หลัก F.I.T F-Frequency 1 สัปดาห์ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 3 วัน อย่างมาก 6 วัน  I-Intensity ความหนักในการออกกำลังกาย ใช้อัตราการเต้นของชีพจรเป็นเกณฑ์ให้ได้ประมาณระหว่างร้อยละ 70-90 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากการนำอายุไป ลบออกจากเลข 220 คูณ 70 ถึง 90 หาร 100  ตัวอย่างเช่น : อายุ 20 ปี จะใช้ความหนักในการออกกำลังกาย (220-20) x 70 ถึง 90 หาร 100 เท่ากับ 140 ถึง 180 ครั้งต่อนาที และ T-Timeช่วงเวลาในการออกกำลังกายแต่ละวัน อย่างน้อย 10-15 นาที ใน 6 วัน อย่างมาก 30-45 นาที ใน 3 วัน

         2. ดื่มนมช็อกโกแลตคลายเมื่อยล้า ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ตัมเบรีย อังกฤษ (UK) ศึกษาพบว่า นมช็อกโกแลตช่วยให้ปั่นจักรยานได้นานกว่าเครื่องดื่มบำรุงกำลังหลังเล่นกีฬา 51% และนานกว่าเครื่องดื่ม เกลือแร่ 43% การศึกษานี้สอดคล้องกับการศึกษาอื่นๆ คือ นมไขมันต่ำช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังออกแรง-ออกกำลังได้ดีกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น เพราะอาหารที่มีโปรตีนช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวหลังออกกำลัง น้ำตาลนม หรือแล็กเทส (Lactate) ในนมช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำให้ระดับของเสีย (Lactate) ในกล้ามเนื้อลดลง จึงคลายอาการปวดเมื่อย

         3. อิ่มแล้วออกกำลัง ช่วยให้ผอม คณะนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ และอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ร่วมกันรายงานผลการศึกษา ในวารสารวิชาการแพทย์ ‘ต่อมไร้ท่อวิทยา’ ว่าการออกกำลังทันทีหลังจากกินจนอิ่มช่วยให้อดอาหารได้นานขึ้น และผอมลง เพราะร่างกายจะขับฮอร์โมนสะกดความหิวในขณะ  ถูกใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้ที่ออกกำลังกายอยู่ประจำ ปกติจะรู้สึกไม่สู้หิวหลังออกกำลังเสร็จใหม่ๆ และ จะยังคงเป็นอยู่ จนถึงเวลากินมื้อหน้า และนี่นับเป็นการค้นพบ  รูปแบบชีวิตที่มั่นคงและถูกสุขลักษณะที่กำลังเกรียวกราวในวงการสุขภาพ

         4. อย่าออกกำลังกายทันทีที่ตื่นนอน เวลาที่เราเพิ่งตื่น ร่างกายจะยังปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดล้อมได้ไม่เต็มที่ ถ้าออกกำลังกายอาจจะบาดเจ็บ
 
         5. ไม่ออกกำลังตอนเช้ามืด ผู้เชี่ยวชาญศึกษาพบว่า ก่อนดวงอาทิตย์จะขึ้น ต้นไม้จะยังคงขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

         6. ดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนออกกำลังกาย 6-8 ชั่วโมง ที่เราหลับ ความเข้มของเลือดจะเพิ่มขึ้นและผิวหนังก็คายน้ำออกมาตลอดเวลา จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยหนึ่งแก้ว ก่อนออกกำลัง เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด

         7. ไม่ออกกำลังตอนหมอกลง หมอกมักเกิดพร้อมความดันอากาศต่ำ ทำให้มีมลพิษในอากาศมากกว่าปกติ คนที่อยู่ท่ามกลางหมอกถึงมักจะหายใจได้ไม่สะดวก และเป็นโรคปอดได้ง่าย ถ้าออกกำลังกลางหมอก

         8. อย่าอาบน้ำทันทีขณะออกกำลัง รูขุมขนจะเปิดเพื่อขับเหงื่อ ถ้าถูกน้ำราดลงมา เส้นเลือดก็จะหดตัวลงทันที ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เป็นหวัดกันได้ง่ายๆ ระบบ การหายใจติดขัดจนอาจช็อกได้

         9. ไม่ดื่มน้ำเย็นจัดหลังออกกำลังกาย การน้ำเย็นจัดๆ ดื่มหลังจากจ๊อกกิ้งมาหมาดๆ จะทำให้กระเพาะหดตัวเฉียบพลัน และอาจจะปวดท้องหรือท้องเสียได้

         10. ไม่กินอาหารทันทีหลังออกกำลัง ขณะออกกำลัง เลือดลมจะสูบฉีดไหลเวียน ไปทั่วตัว ทำให้กระเพาะและน้ำย่อยมีประสิทธิภาพต่ำ การกินอาหารทันที หลังออกแรง อาหารจะถูกย่อยช้า จนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

         11. ตรวจก่อนอุ่นใจกว่า ถ้ามีอายุมากกว่า 35 ปี ควรตรวจสุขภาพว่ามีโรคหัวใจหรือไม่ก่อนการออกกำลังกาย

         12. ไม่สบายไม่ฝืน ควรงดการออกกำลังกาย ในขณะเจ็บป่วย มีไข้ พักผ่อนไม่พอ

         13. ออกกำลังในอุณหภูมิปกติ ควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนจัดหนาวจัด ฝนฟ้าคะนอง มลภาวะมาก และสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม

         14. หยุดเมื่อมีสัญญาณเตือน ควรพักหากมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน และไปพบแพทย์
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วิชาการดอทคอม

 

1. ห้ามสูบบุหรี่
         มีผลการทดสอบที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าการสูบบุหรี่หลังรับประทานอาหารเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ถึง 10 ม้วน (โอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่า)

2. ห้ามทานผลไม้ทันที
         การทานผลไม้ทันทีหลังอาหารจะทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น
ควรทานผลไม้หลังทานอาหารไปแล้ว 1-2 ชั่วโมงหรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง

3. ห้ามดื่มชา
         เพราะมีผลทำให้การย่อยสารโปรตีนในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นเป็นไป
ยากขึ้น

4. ห้ามคลายเข็มขัด 
         เพราะการคลายเข็มขัดหลังมื้ออาหารจะทำให้ลำไส้บิดตัวและอุดตันได้ 

5. ห้ามอาบน้ำ
         การอาบน้ำจะเพิ่มแรงดันเลือดไปสู่มือแขนขาและทั่วตัว ดังนั้นจำนวนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารจึงลดลงซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารของกระเพาะเราแย่ลง

6. ห้ามเดินไปมา
         ผู้คนมักบอกเสมอว่าการเดิน 100 ก้าวหลังรับประทานอาหารจะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี ตามข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่เลย การเดินจะส่งผลให้ระบบย่อยของเราไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่เราทานเข้าสู่ร่างกายได้

7. ห้ามหลับทันที
        เพราะอาหารที่เราทานเข้าไปจะไม่สามารถย่อยได้เลย ดังนั้นจะทำให้เกิดเชื้อโรคหรือเกิดลมในกระเพาะและลำไส้ของเราได้

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนใน

     
ร้อนในหรือแผลในปาก เชื่อว่าทุกคนคงเคยเป็นกัน เวลาเป็นแล้วจะเจ็บและรับประทานอะไรก็ลำบาก

     วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนในมาฝากกัน.. 


            1. ระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะร้อนในมักจะเป็นร่วมกับท้องผูก 

            2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร้อนใน เช่น ของทอด ของมันๆ ขนม น้ำตาล ทุเรียน ลำไย ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ อาหารพวกนี้กินแต่เพียงน้อยๆ อย่ากินมาก 

            3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กระเทียม หอม ขิง ฯลฯ แต่พริกกินได้ 

            4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดอารมณ์เครียด ความเครียดส่วนมากทำให้เป็นโรคนี้ 

            5. รักษาความสะอาดในช่องปากอย่างเข้มงวด คือ แปรงฟันทุกครั้งหลังจากรับประทานอาหารแล้ว(ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหาร) 

            6. ดื่มน้ำมากๆ วันหนึ่ง ๆ ให้ได้ 10 แก้วขึ้นไป 

            7. อย่าอดนอน 

            8. กินผักและผลไม้มากๆ

ถ้าไม่อยากเป็นร้อนใน ก็ลองปฏิบัติตามคำแนะนำกันดูได้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์