BeautyTips

หลังจากพวกเราเจอมหาอุกทกภัยน้ำท่วมมา อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆก็แสดงว่าเราเข้าหน้าหนาวกันแล้วเนอะสาว ๆ ต้องรีบหาวิธีดูแลผิวหน้าหนาวกันได้แล้วนะจ๊ะ และวันนี้เราก็อยากจะเอาใจผิวของคุณด้วย วิธีดูแลผิวหน้าหนาว เพื่อให้คุณสาวๆบอกลาผิวเสียไปได้เลย เพราะถึงหน้าหนาวที่ไรผิวของผู้หญิงอย่างเราก็มักจะแห้งกร้าน แตก ลอกเป็นขุย แถมบ้างครั้งแห้งแตกและรู้สึกคันและแสบผิวกันเลยทีเดียว แต่ด้วยวิธีดูแลผิวหน้าหนาวนี้จะทำให้คุณบอกลาผิวเสียพวกนี้ได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียวค่ะ
 

วิธีดูแลผิวหน้าหนาว

 
5 สาเหตุอาการผิวป่วยหน้าหนาว

1. ผิวแห้งและเหี่ยว อาการแรกเริ่มของผิวในหน้าหนาวเกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น เพราะอากาศสัมพัทธ์หรือความชื้นรอบตัวน้อย ทำให้ร่างกายเสียน้ำมากกว่าปกติ จึงแห้งและเกิดริ้วรอย บริเวณที่ผิวแห้งเป็นประจำคือ หน้าแข้ง หลังมือ แขน

2. ผิวแตก เป็นผลต่อเนื่องจากผิวแห้งที่ขาดการดูแลรักษาทำให้ผิวหนังชั้นบนหดตัวและแห้งแตกเป็นร่อง เช่น ริมฝีปาก ส้นเท้า เป็นต้น

3. คันและอักเสบที่ผิว เมื่อผิวแห้งมักเกิดอาการคันทำให้ต้องเกายิ่งเกาก็ยิ่งคันมากขึ้น อาจทำให้เป็นแผลและอาการอักเสบภายหลัง

4. ผิวแพ้ง่าย ผิวที่แห้งจะไวต่อการระคายเคืองและแพ้ง่ายเพราะโดยธรรมชาติผิวต้องปิดสนิท และมีน้ำมันเคลือบผิวอยู่อีกชั้นหนึ่ง เรียกว่า Natural barrier หรือเกาะป้องกันผิว เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไปผิวจะเผยอหรือเป็นขุยทำให้เชื้อโรคจากฝุ่น ละออง หรือส่วนผสมต่าง ๆ ในครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวเร็วขึ้น จึงเกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย

5. โรคเซ็บเดิม จัดอยู่ในประเภทเดียวกับโรคภูมิแพ้ตระกูลหอบหืด แต่มีสาเหตุมาจากเชื้อยีสต์บริเวณผิวเจริญเติบโตมากผิดปกติ จนเกิดเป็นผื่น บวมแดง คัน ลอกเป็นขุยจากร่องจมูก หัวคิ้ว หนังศีรษะ หรือลุกลามไปทั้วทั้งตัวได้ พบมากและกำเริบในช่วงหน้าหนาวเนื่องจากอากาศแห้งเป็นตัวกระตุ้นมักเกิดกับคน ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะทารกและผู้สูงอายุ การรักษาคือ กินยาลดการอักเสบจำพวกเสตรียลอยด์และย่าฆ่าเชื้อยีสต์ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นและไม่ใช้สบู่หรือครีมใด ๆ
 
เพิ่มปราการปกป้องผิว

ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ใช้ได้ผลดีในหน้าร้อนแต่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ใน หน้าหนาวควรเลือกครีมเนื้อเข้มข้นชนิด Water in oil เพราะมีน้ำมันช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้นานขึ้น ใครที่ผิวแห้งมากลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยลดการสูญเสียน้ำ อาทิ Vaseline, Petrolatum, Lanolin, Ceramide และมีส่วนผสมของ AHAs, Salicylic acid, Lactic aicd และมอยเจอร์ไรเซอร์สูงเพื่อช่วยลดการตึงตัวของผิวหนัง

ใช้ครีมกันแดดหน้าหนาวมีช่วงเวลาที่แดดออกค่อนข้างสั้น แต่ในแดดนั้นจะมีรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่มากจึงต้องเลือกครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 25 ขึ้นไปเพื่อกันรังสี UV ชนิด B ซึ่งทำให้ผิวไหม้เกรียม และเลือก PA (Protection Grade of UVA) ตั้งแต่ 3 บวก (PA+++) ขึ้นไปเพื่อป้องกันรังสี UV ชนิด A ซึ่งเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำ

ล้างหน้าให้ถูกวิธีโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดที่มีฟองน้อยไม่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ ใช้น้ำลูบใบหน้าให้เปียกก่อนแล้วจึงบีบครีมล้างหน้าใส่มือเพื่อให้ครีมเจือ จางลง ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้งและระคายเคืองได้

พยายามไม่อาบน้ำอุ่นเพราะเป็นการเร่งให้ผิวแห้งมากขึ้นและควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่าหรือขัดผิวเพราะผิวกำลังอ่อนแอ


กินให้สวยท้าลมหนาว

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เพราะอากาศหนาวทำให้เราปัสสาวะบ่อยร่างกายสูญเสียน้ำผิวจึงแห้งง่าย

รับประทานผักผลไม้มาก ๆ ช่วงหน้าหนาวแนะนำให้กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น พริกขี้หนู พริกหวาน ส้ม มะขาม ฝรั่ง เพราะนอกจากบำรุงผิวยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหวัดได้อีกด้วย

เด็กทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ซุป น้ำสลัดน้ำข้น โยเกิร์ต เพราะการที่กระเพาะย่อยน้ำตาลในนมไม่ได้ร่างกายจึงต้องไปดึงเชื้อยีสต์ในลำ ไส้มาช่วยย่อยน้ำตาลทำให้เชื้อยีสต์มีจำนวนมากขึ้น (Over Growth) เมื่อถูกกระตุ้นด้วยอากาศแห้งในหน้าหนาวจะทำให้เกิดโรคเซ็บเดิมและปวดไขข้อ ได้

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา จะทำให้ปัสสาวะบ่อยเนื่องจากคาเฟอีนมีส่วนในการขับปัสสาวะ แนะนำให้เลี่ยงมาดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรหรือชาผลไม้ที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟ อีนแทน


สูตรถนอมหน้ารับลมหนาว


สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำมาสก์เองด้วยผลิตผลจากธรรมชาติ หน้าหนาวอย่างนี้แนะนำให้ใช้นมสด 1/2 ช้อนชาและน้ำผึ้งแท้ 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 8-10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด นมสดจะช่วยให้หน้าเนียนนุ่มไม่แห้งส่วนน้ำผึ้งรักษาความชุ่มชื้นและลดการ ระคายเคืองได้ดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health&Cuisine
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

    การทำความสะอาดผิว เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนะคะ เพราะถ้าเราล้างทำความสะอาดหน้า ไม่ดีพอ จะเป็นสาเหตุให้เกิดสิว ฝ้า และจุดด่างดำได้ เราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าด้วย เช่น คนผิวมัน ควรใช้เจล หรือสบู่ สำหรับคนผิวแห้ง หรือผิวผสม ควรใช้ โลชั่นหรือครีมล้างหน้าค่ะ วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง มีขั้นตอน ดังนี้นะค่ะ

   เริ่มล้างหน้าก็ต้องเตรียมอุปกรณ์กันก่อน
   ไม่ใช่ว่าแค่น้ำเปล่า หรือโฟมล้างหน้าเท่านั้นจะทำให้หน้าสะอาดได้นะคะ
   ถ้าใครแต่งหน้า หรือแค่มีครีมกันแดดปะอยู่บนหน้าแล้วล่ะก็ ควรล้างหน้าด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนแรกคือการลบพวกเมกอัพถาวรออกไปก่อน
ด้วยการนำสำลีแผ่นชนิดรีดขอบชุบน้ำยากให้ชุ่มแล้วแปะไว้ที่บริเวณดวงตาและปาก 3-5 นาที

Q : ทำไม makeup remover หรือบางชื่อคือ eye & lip remover ถึงมีความสำคัญ?
A : ก็เพราะว่า ส่วนผสมของเครื่องสำอางบางตัว ไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงแค่ส่วนผสมของน้ำมันน่ะสิ....การใช้ makeup remover ทำให้ขนตาไม่ร่วง ไม่หัก แล้วก็ช่วยถนอมผิวบริเวณรอบดวงตาไม่ให้ถูกเช็ดถูอย่างแรง จากการพยายามเยื้อมาสคาร่าออกจากขนตา.......ส่วนการใช้ makeup remover แปะที่ริมฝีปากในกรณีที่ทาลิปสีเข้มๆ ก็เพื่อ ช่วยให้เม็ดสีพิกเม้นท์ไม่ตกค้างที่บริเวณปากซึ่งจะมีผลทำให้ริมฝีปากคล้ำนั่นเองจ้า

ขั้นตอนที่ 2 จะเป็นการทำความสะอาดเครื่องสำอางประเภทครีม แป้ง และสิ่งตกค้างที่อาจอุดตันรูขุมขนซึ่งเป็นบ่อเกิดของสิว ขั้นตอนนี้จะใช้ makeoff ประเภท cleasing balm / cleasing oil / cleasing milk แล้วแต่สภาพผิวและความชอบ นวดวนประมาณ 5-15 นาที ให้ไขมันจาก cleasing แตกตัวไปดึงให้สิ่งสกปรกลอยขึ้นมาจากผิว ถ้าเป็น cleansing oil บางยี่ห้อ จะใช้น้ำหยดลงไปให้ oil กลายเป็นสีน้ำนมแล้วนวด จะช่วยให้พวก makeup ออกง่ายขึ้นค่ะ ซึ่งการนวดในขั้นตอนนี้อย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดสิวในกรณีสิวเสี้ยนบึ้ม ได้อีกด้วยจ้า....... ขั้นตอนที่ 2 นี้ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดเยอะๆ ค่ะ **การใช้ Cleansing Milk ให้นวดจากครีมสีขาวๆ ให้แตกตัวกลายเป็นน้ำมันใสๆ ก่อนอ่ะ เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่ไม่นวดถึงจุดนั้น แล้วเช็ด หรือ ล้างหน้าต่อเลย ทำให้เครืองสำอางยังตกค้าง ไม่สะอาด อาจเป็นที่มาของการเป็นสิวอุดตัน จากนั้นก็ให้เช็ดด้วยกระดาษเช็ดหน้า หรือ เช็ดออกด้วยสำลี สปองชีท หรือ ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำอุ่น แล้วค่อยล้างด้วยโฟมจ้า

สุดท้ายคือการล้างทำความสะอาดทั่วไป เพื่อเพิ่มความสดชื่น และล้างคราบไขมันจากขั้นตอนที่ 2 ออก ในขั้นตอนนี้สามารถใช้ล้างเดี่ยวๆ ได้ในกรณีที่อยากล้างหน้าระหว่างวัน ร้อน ล้างคราบเหงื่อเท่านั้นค่ะ.... อุปกรณ์ที่ใช้สามารถพบเจอได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันคือ สบู่ล้างหน้า ทั้งชนิดก้อน สบู่เหลว โฟม และเจล ก็เลือกกันไปตามสภาพผิวและความถนัด.... เสร็จแล้วล้างน้ำเปล่าเยอะๆ ก่อนจบด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน ถ้าใครชอบโทนเนอร์ก็สามารถใช้ต่อจากขั้นตอนนี้เพื่อเตรียมผิวสู่ขั้นตอนดูแล ผิวต่อไปได้เลยค่ะ :)

ขอบคุณ Jeban.com สำหรับข้อมูลการล้างหน้าอย่างถูกวิธี 


เคล็ดลับ : การเลือกโฟมล้างหน้า

        สิ่งหนึ่งที่เราต้องใช้อยู่คือโฟมหรือสบู่ล้างหน้า ซึ่งจะช่วยกำจัดฝุ่นละอองและกำจัดน้ำมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าออกไป ทำให้ใบหน้าปราศจากสิ่งติดค้างหรือสิ่งสกปรกอุดตันที่ทำให้เกิดสิว

        ในช่วงอายุที่มากขึ้น ทำให้เราต้องเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับตัวเรา เพื่อไม่ให้ผิวหน้ามีริ้วรอยต่างๆ ซึ่งเคยมีคำกล่าวว่า แค่การล้างหน้าดีๆ ก็สามารถทำให้หน้าอ่อนเยาว์ได้แล้ว

        ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างหน้ามีหลายประเภท ทั้งเจล โฟม ครีม หรือว่าสบู่ และยังแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือแบบมีฟอง และแบบไม่มีฟอง

    ล้างหน้าแบบมีฟองกับไม่มีฟอง

          ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างหน้าปกติจะช่วยกำจัดคราบมันบนผิวหน้าออกไป ซึ่งชนิดที่มีฟองนี้จะมีประจุลบอยู่ ซึ่งหากว่าไปจับอยู่กับสารที่มีประจุบวกบนใบหน้าแล้วตกค้างอยู่ละก็ ก็จะทำให้หน้าเป็นสิวหรือมีริ้วรอย นอกจากนี้ยังทำให้หน้าแห้งตึงมากกว่าชนิดไม่มีฟอง

         นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดีควรมีคุณสมบัติหรือว่าส่วนผสมเหล่านี้

               มอยส์เจอไรเซอร์
                 มอยส์เจอไรโซอร์ เป็นตัวสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่งเมื่อเราล้างหน้าไปแล้วนั้น ใบหน้าเราจะสูญเสียความชุ่มชื้นที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เราเลยต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ยกเว้นคนที่มีผิวมัน ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ

              วิตามินอี หรือ ซี
                ไม่ว่าจะเป็นวิตามินอีหรือวิตามินซีก็ต่างเป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงผิว ลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำต่างๆ ทำให้ใบหน้าของเรากระจ่างใสยิ่งขึ้น ก็ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรที่สามารถบำรุงผิวขณะล้างหน้าไปด้วยใน ตัว

    คำว่า Hypo-allergenic

           เมื่อจะซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้าทุกครั้งให้ตรวจสอบดูว่ามีคำว่า Hypo- allergenic หรือไม่ เพราะหากว่ามี แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีสารที่ทำให้เราเกิดการแพ้ เพราได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วเพราะเป็นผิวหน้าเราเลยต้อง ระวังหน่อย หากแพ้ขึ้นมาแล้วก็คงแก้ไขอะไรลำบากกว่าจะกลับมาสวยอย่างเดิม

    ค่าความเป็นกรดด่าง

          ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไม่ว่าจะเป็นเจล โฟม หรือสบู่ด่างก็มีค่าความเป็นกรดด่าง หรือว่าค้า PH ที่แตกต่างกัน ซึ่งค่าความเป็นกรดด่าง ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราจะอยู่ที่ประมาณ 0.5 - 5.5 ซึ่งจะใกล้เคียงกับค่าความเป็นกรดด่างบริเวณใบหน้าเรามากที่สุด

    คำว่า Non-Comedogenic

          หากมีคำนี้อยู่บนผลิตภัณฑ์ก็ให้เราเชื่อได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ไม่มีสาร ที่ทำให้มีสิ่งตกค้างเหลืออุดตันบริเวณรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว
 

ที่มา...หนังสือเบบี้เฟส เคล็ดหน้าใส/women.thaiza.com