เหตุผลก็คือ สีเหลืองเป็นสีตามธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหย (essential oils) เมื่อผ่านกรรมวิธีการผลิต อันที่จริงหัวน้ำหอมอันเป็นที่รวมของน้ำมันหอมนับสืบ นับร้อย หรือนับพันในบางกรณี ซึ่งถูกทำให้เจือจางด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อผลิตเป็นโคโลญ หรือน้ำหอม ก็อาจมีสีที่ผิดแผกกันออกไปบ้าง แต่เนื่องด้วยน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่มีสีเหลืองอำพัน  เมื่อเจือจางแล้วก็ยังคงโทนสีเหลืองไว้


     ถ้าส่วนผสมตามธรรมชาติให้สีที่ดูแล้วไม่สวย นักปรุงน้ำหอมก็สามารถแต่งแต้มสีใหม่ได้ตราบเท่าที่สีนั้นเป็นสีที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ และต้องแจ้งไว้ในฉลากปิดขวดด้วยว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมอธิบายว่า เนื่องจากการเปลี่ยนส่วนผสมของน้ำหอมจากสีเข้มจัดให้อ่อนลงรวมทั้งการเปลี่ยนจากสีหนึ่งไปเป็นอีกสีหนึ่งเลยนั้นทำได้ยากดังนั้นสีของน้ำหอมขั้นสุดท้ายจึงมักไม่ต่างไปจากสีตามธรรมชาติของส่วนผสมมากนัก


     แน่นอนน้ำหอมทุกชนิดไม่ได้มีสีเหลือง น้ำหอมสีอื่นบางชนิดถูกบรรจุลงในขวดแก้วขุ่นเพื่อพรางสีที่แท้จริง แต่ก็มีน้ำหอม  “สีดีไซเนอร์” สะดุดตา ผลิตออกมาจำหน่ายโดยใช้สีที่แปลกออกไปนั้นเป็นเครื่องมือทางการตลาด ในเรื่องนี้นักปรุงน้ำหอมมีชื่อผู้หนึ่งให้ความเห็นว่า น้ำหอมสีเหลือง "ธรรมชาติ" จะดึงดูดลูกค้าระดับบนได้มากกว่าน้ำหอมสี  “ประหลาด” ซึ่งนิยมกันเฉพาะในหมู่ลูกค้าวัยรุ่นเท่านั้น

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

Comment

Comment:

Tweet

ความรู้ใหม่นะเนี่ย ขอบคุณคับ

#1 By Muri and Pk on 2010-02-11 15:51