หลังจากพวกเราเจอมหาอุกทกภัยน้ำท่วมมา อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆก็แสดงว่าเราเข้าหน้าหนาวกันแล้วเนอะสาว ๆ ต้องรีบหาวิธีดูแลผิวหน้าหนาวกันได้แล้วนะจ๊ะ และวันนี้เราก็อยากจะเอาใจผิวของคุณด้วย วิธีดูแลผิวหน้าหนาว เพื่อให้คุณสาวๆบอกลาผิวเสียไปได้เลย เพราะถึงหน้าหนาวที่ไรผิวของผู้หญิงอย่างเราก็มักจะแห้งกร้าน แตก ลอกเป็นขุย แถมบ้างครั้งแห้งแตกและรู้สึกคันและแสบผิวกันเลยทีเดียว แต่ด้วยวิธีดูแลผิวหน้าหนาวนี้จะทำให้คุณบอกลาผิวเสียพวกนี้ได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียวค่ะ
 

วิธีดูแลผิวหน้าหนาว

 
5 สาเหตุอาการผิวป่วยหน้าหนาว

1. ผิวแห้งและเหี่ยว อาการแรกเริ่มของผิวในหน้าหนาวเกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น เพราะอากาศสัมพัทธ์หรือความชื้นรอบตัวน้อย ทำให้ร่างกายเสียน้ำมากกว่าปกติ จึงแห้งและเกิดริ้วรอย บริเวณที่ผิวแห้งเป็นประจำคือ หน้าแข้ง หลังมือ แขน

2. ผิวแตก เป็นผลต่อเนื่องจากผิวแห้งที่ขาดการดูแลรักษาทำให้ผิวหนังชั้นบนหดตัวและแห้งแตกเป็นร่อง เช่น ริมฝีปาก ส้นเท้า เป็นต้น

3. คันและอักเสบที่ผิว เมื่อผิวแห้งมักเกิดอาการคันทำให้ต้องเกายิ่งเกาก็ยิ่งคันมากขึ้น อาจทำให้เป็นแผลและอาการอักเสบภายหลัง

4. ผิวแพ้ง่าย ผิวที่แห้งจะไวต่อการระคายเคืองและแพ้ง่ายเพราะโดยธรรมชาติผิวต้องปิดสนิท และมีน้ำมันเคลือบผิวอยู่อีกชั้นหนึ่ง เรียกว่า Natural barrier หรือเกาะป้องกันผิว เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไปผิวจะเผยอหรือเป็นขุยทำให้เชื้อโรคจากฝุ่น ละออง หรือส่วนผสมต่าง ๆ ในครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวเร็วขึ้น จึงเกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย

5. โรคเซ็บเดิม จัดอยู่ในประเภทเดียวกับโรคภูมิแพ้ตระกูลหอบหืด แต่มีสาเหตุมาจากเชื้อยีสต์บริเวณผิวเจริญเติบโตมากผิดปกติ จนเกิดเป็นผื่น บวมแดง คัน ลอกเป็นขุยจากร่องจมูก หัวคิ้ว หนังศีรษะ หรือลุกลามไปทั้วทั้งตัวได้ พบมากและกำเริบในช่วงหน้าหนาวเนื่องจากอากาศแห้งเป็นตัวกระตุ้นมักเกิดกับคน ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะทารกและผู้สูงอายุ การรักษาคือ กินยาลดการอักเสบจำพวกเสตรียลอยด์และย่าฆ่าเชื้อยีสต์ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นและไม่ใช้สบู่หรือครีมใด ๆ
 
เพิ่มปราการปกป้องผิว

ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ใช้ได้ผลดีในหน้าร้อนแต่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ใน หน้าหนาวควรเลือกครีมเนื้อเข้มข้นชนิด Water in oil เพราะมีน้ำมันช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้นานขึ้น ใครที่ผิวแห้งมากลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยลดการสูญเสียน้ำ อาทิ Vaseline, Petrolatum, Lanolin, Ceramide และมีส่วนผสมของ AHAs, Salicylic acid, Lactic aicd และมอยเจอร์ไรเซอร์สูงเพื่อช่วยลดการตึงตัวของผิวหนัง

ใช้ครีมกันแดดหน้าหนาวมีช่วงเวลาที่แดดออกค่อนข้างสั้น แต่ในแดดนั้นจะมีรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่มากจึงต้องเลือกครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 25 ขึ้นไปเพื่อกันรังสี UV ชนิด B ซึ่งทำให้ผิวไหม้เกรียม และเลือก PA (Protection Grade of UVA) ตั้งแต่ 3 บวก (PA+++) ขึ้นไปเพื่อป้องกันรังสี UV ชนิด A ซึ่งเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำ

ล้างหน้าให้ถูกวิธีโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดที่มีฟองน้อยไม่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ ใช้น้ำลูบใบหน้าให้เปียกก่อนแล้วจึงบีบครีมล้างหน้าใส่มือเพื่อให้ครีมเจือ จางลง ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้งและระคายเคืองได้

พยายามไม่อาบน้ำอุ่นเพราะเป็นการเร่งให้ผิวแห้งมากขึ้นและควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่าหรือขัดผิวเพราะผิวกำลังอ่อนแอ


กินให้สวยท้าลมหนาว

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เพราะอากาศหนาวทำให้เราปัสสาวะบ่อยร่างกายสูญเสียน้ำผิวจึงแห้งง่าย

รับประทานผักผลไม้มาก ๆ ช่วงหน้าหนาวแนะนำให้กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น พริกขี้หนู พริกหวาน ส้ม มะขาม ฝรั่ง เพราะนอกจากบำรุงผิวยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหวัดได้อีกด้วย

เด็กทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ซุป น้ำสลัดน้ำข้น โยเกิร์ต เพราะการที่กระเพาะย่อยน้ำตาลในนมไม่ได้ร่างกายจึงต้องไปดึงเชื้อยีสต์ในลำ ไส้มาช่วยย่อยน้ำตาลทำให้เชื้อยีสต์มีจำนวนมากขึ้น (Over Growth) เมื่อถูกกระตุ้นด้วยอากาศแห้งในหน้าหนาวจะทำให้เกิดโรคเซ็บเดิมและปวดไขข้อ ได้

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา จะทำให้ปัสสาวะบ่อยเนื่องจากคาเฟอีนมีส่วนในการขับปัสสาวะ แนะนำให้เลี่ยงมาดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรหรือชาผลไม้ที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟ อีนแทน


สูตรถนอมหน้ารับลมหนาว


สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำมาสก์เองด้วยผลิตผลจากธรรมชาติ หน้าหนาวอย่างนี้แนะนำให้ใช้นมสด 1/2 ช้อนชาและน้ำผึ้งแท้ 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 8-10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด นมสดจะช่วยให้หน้าเนียนนุ่มไม่แห้งส่วนน้ำผึ้งรักษาความชุ่มชื้นและลดการ ระคายเคืองได้ดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health&Cuisine
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
รวบรวมช่องทางการบริจาคเงิน-มอบสิ่งของช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมปี 2554
 

“ศอส.” เตือน 32 จังหวัด ฝนตกหนัก และ 5 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก    ขณะที่อีก 16 จว.ยังระทมฤทธิ์น้ำท่วม

วันนี้ (11ก .ย.) นายภานุ แย้มศรี ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 16 จังหวัด รวม 69 อำเภอ 516 ตำบล 2,820 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 202,760 ครัวเรือน 465,792 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา  อุทัยธานี จันทบุรี และสระบุรี มีผู้เสียชีวิต 80 ราย พื้นที่การเกษตร 3.6 ล้านไร่  พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ แบ่งเป็น บ่อปลา 67,618 ไร่ กุ้ง หอย ปู 2,284  ไร่ ปศุสัตว์ 2,794,246  ตัว
 
นายภานุ กล่าวต่อไปว่า ในระยะ 1 – 2 วันนี้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนักถึงหนักมาก

โดยเฉพาะบริเวณ จ.ตาก กำแพงเพชร  พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี ชัยภูมิ  นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร  อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี  สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร  สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและ จ.สตูล จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านของทั้ง 32 จังหวัด ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม

ส่วนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำบริเวณภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก

ให้เตรียมการป้องกันปริมาณน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา ให้เฝ้าระวังภาวะน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์น้ำเป็นระยะ ทำการเสริมกระสอบทรายเป็นแนวป้องกัน พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง

นอกจากนี้ ศอส. ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ได้แก่ อำเภอสุขสำราญ อำเภอกะเปอร์ อำเภอเมืองระนอง จ.ระนอง อำเภอพะโต๊ะ อำเภอสวี อำเภอเมืองชุมพร จ.ชุมพร อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอกะปง อำเภอท้ายเหมือง จ.พังงา อำเภอเขาพนนม อำเภอหน้าเขา อำเภอเมืองกระบี่ จ.กระบี่ และอำเภอห้วยยอด อำเภอปะเหลียน จ.ดตรัง เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1 – 2 วันนี้  หากสังเกตพบสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ในทันที
 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

จากที่ทราบจากช่องข่าวต่างๆ ปีนี้ถือว่าประเทศไทยของเราประสบปัญหาอุทกภัยหนักหนาสาหัสมากตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันช่วงนี้ประเทศไทยของเราเกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก และหลายๆพื้นที่ยิ่งประสบภัยน้ำท่วมกันหนักขึ้น ทั้งบ้านเรือนเสียหาย ที่นา พืชพันธ์ ผลผลิตทางการเกษตรต่างเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก เราคนไทยด้วยกันจึงต้องร่วมใจกันในการส่งแรงใจ แรงกำลังทรัพย์เท่าที่เราจะช่วยได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันนะค่ะ

 

___________________________________________

-ผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยสามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารและสิ่งของได้ที่-

 
1. ช่อง 3
ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกับครอบครัวข่าว 3  
 
ชื่อบัญชี "ครอบครัวข่าว 3 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทุกภัย 54"  ธ.กรุงเทพ สาขา  อาคารมาลีนนท์ บัญชีกระแสรายวัน                                                                 
เลขที่ 014-3004-448
 
ชื่อบัญชี "ครอบครัวข่าว 3 ช่วยผู้ประสบอุทกภัย 54" ธ.ไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน
เลขที่ 468-0-15727-1 ที่ SCB สาขา / ตู้ ATM ทั่วประเทศ / SCB Easy Net ไม่มีค่าธรรมเนียม
 
ร่วมบริจาคผ่านทาง SMS
   
 
พิมพ์  3  ส่งมาที่หมายเลข  
 
4567899
 
 
ค่าบริการครั้งละ 10 บาท (รวม vat 7%)
 
 
2.  MCOT
 
ชื่อบัญชี "อสมท รวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม" ธ.กรุงไทย
สาขาอโศก ออมทรัพย์
เลขที่ 015-015-999-4
 
 
3.  สำนักนายกรัฐมนตรี
 
ชื่อบัญชี “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย
สำนักนายกรัฐมนตรี”
ธ.กรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ออมทรัพย์
เลขที่ 067-0-06895-0 ลดหย่อนภาษีได้
 
 
4.    ธนาคารไทยพาณิชย์
 
ชื่อบัญชี "มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์เพื่อผู้ประสบภัย"
เลขที่ 111-3-90911-5  
ที่ SCB สาขา / ตู้ ATM ทั่วประเทศ / SCB Easy Net *ไม่มีค่าธรรมเนียม*
 
5.  สภากาชาดไทย 
 
ร่วมบริจาคเงินช่วยผู้ประสบอุทกภัย
ได้ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย
ชื่อบัญชี "สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย"
ประเภทบัญชีกระแสรายวัน
เลขที่ 045-3-04190-6
 
 
6.   Thai PBS
 
สายด่วน แจ้งขอความช่วยเหลือและพื้นที่น้ำท่วมกับ
ไทยพีบีเอส โทร 02-790-2111หรือ sms มาที่ 4268822
 
 
-ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของข้าวสารอาหารแห้งข้าวของเครื่องใช้ สามารถนำไปบริจาคได้ที่-
 
  • มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก บริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค สภา กาชาดไทย ปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร 0-2256-4583-4, 0-2256-4427-9, 0-2251-0385 http://bit.ly/psfe5U
  • กลุ่ม PS-EMC: โรงแรมดุสิตธานี สีลม (ทุกวัน-2 ต.ค.) ข้าวสารถุง 5 กก น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช อาหารแห้ง ไปอยุธยาอ่างทองสิงห์บุรี http://ow.ly/6sJ84 
  • 96.75MHz: เปิดศูนย์รับบริจาค สิ่งของจำเป็น ข้าวสาร  อาหารแห้ง  ยารักษาโรค ฯลฯ สอบถาม 0-5581-7716-7 http://ow.ly/6r1sS
  • กลุ่มจิตอาสาอิสระ: (16-24 ก.ย.) เปิดศูนย์รับบริจาค และจำหน่ายเสื้อช่วยน้ำท่วม (ทองหล่อ) รายละเอียด http://ow.ly/6uUu5
  • กลุ่ม PS-EMC: (16 ก.ย.) ต้องการอาสา ช่วยแพ็คถุงยังชีพ/ยกของบริจาค ที่ รร.ดุสิต (สีลม) เร่ิม 12:00 น. http://ow.ly/6viI6 
  • สนง.บรรเทาทุกข์ฯ สภากาชาดไทย: (18-22 ก.ย.) ต้องการอาสา ช่วยจัดยาชุดสามัญประจำบ้าน (ถ.อังรีดูนัง) 022517853-6 ต่อ 1403 
  • จุดบริจาค เต็นท์หน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว: ต้องการ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มจำนวนมาก http://twitpic.com/6lp4zw 

การเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วม

1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น

2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง แก๊ชสำหรับหุงต้ม ยารักษาโรค ไฟฉาย เทียน ไม้ขีดไฟ และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม

3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)

4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง

5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน

6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ

7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม

8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด

10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด

11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน

12. ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที

13. เตรียมน้ำสะอาดไว้ดื่ม และชำระร่างกาย

14. เตรียมถุงดำเล็ก – ใหญ่ ไว้ทิ้งขยะและปลดทุกข์

15. เตรียมอุปกรณ์สำหรับขอความช่วยเหลือ เช่น นกหวีด ชูชีพ

16. หากน้ำท่วมเป็นเวลานาน อาจเกิดแผ่นดินทรุดตัวได้ แนะนำให้อยู่ห่างตึกหรืออาคารสูง ๆ

* ช่วยตรวจสอบเลขที่บัญชีกันก่อนที่จะทำการโอนใดๆป้องกันพวกมิฉาชีพที่คอยฉวย โอกาศ ถ้าไม่แน่ใจกรุณาโทรติดต่อสอบถาม  ถ่ายเอกสารการโอนเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วยนะค่ะ  พวกมารมันเยอะ*
         นับเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีสุขภาพกายและใจดี และประการสำคัญซึ่งเป็นยอดปรารถนาของผู้หญิงก็คือ ช่วยให้ทรวดทรงได้สัดส่วน หากแต่เชื่อได้เลยว่าทุกวันนี้คุณสาวๆ คงไม่ค่อยจะมีเวลาไปออกกำลังกายนัก หรือไม่ก็อาจจะทำงานติดพันจนพลอยขี้เกียจออกกำลังกายไปเลย... คราวนี้เราเลยขอนำเสนอการบริหารกายพื้นฐานง่ายๆ ด้วยการแกว่งแขนซึ่งสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา แถมยังสามารถรักษาโรคได้ด้วย

          วิธีกายบริหารด้วยการแกว่งแขนนี้ นำมาจากคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของพระโพธิธรรม (ตั๊กม้อโจ้วซือ) ชื่อว่า คัมภีร์ ต๋า โม๋ อี้ จิน จิง ซึ่งนับเป็นวิธีออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและขจัดโรคภัย ปฏิบัติได้ง่าย แต่ให้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์! การแกว่งแขนนี้เป็นการแกว่งให้เลือดลมเดินได้สะดวก และปรับสภาพเส้นเอ็น โดย จะช่วยรักษาโรคความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ หัวใจ ประสาท โรคจิต ไต ตับ อัมพาต เนื้องอก มะเร็ง นอนไม่หลับ โรคโลหิต ถึงโรคเรื้อรังต่าง ๆ แทบทุกโรคที่เกิดจากการเต้นของชีพจรไม่สม่ำเสมอ และเลือดลมที่เดินไม่สะดวกทั้งสิ้น

          การแกว่งแขนจะทำให้การหมุนเวียนโลหิตดีขึ้นตามลำดับ และชีพจรก็จะเต้นได้สม่ำเสมอ นับเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายมากทั้งยังให้ผลเกินคาด เพียงแต่ผู้ปฏิบัติต้องมีความขยันและอดทนปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ สามารถทำได้ทุกที่ หากแต่ถ้าจะทำในที่โล่งได้ก็จะดีมากเพราะจะได้อากาศบริสุทธิ์ ยิ่งยืนบนหญ้าก็จะได้แร่ธาตุจากดินจากน้ำค้างด้วย มาดูวิธีการปฏิบัติกันเลยค่ะ...
 
      1. ยืนตรง เท้าสองข้างแยกออกจากกันให้มีระยะห่างเท่ากับหัวไหล่
      2. ปล่อยมือสองข้างลงตามธรรมชาติ อย่าเกร็ง ให้นิ้วมือชิดกัน หันอุ้งมือไปข้างหลัง
      3. หดท้องน้อยเข้า เอวตั้งตรง เหยียดหลัง ผ่อนคลาย กระดูกลำคอ ศีรษะ และปาก ผ่อนคลายตามธรรมชาติ
      4. จิกปลายนิ้วเท้ายึดเกาะพื้น ส้นเท้าออกแรงเหยียบลงบนพื้นให้แน่น ให้แรงจนกล้ามเนื้อโคนเท้า โคนขาและท้องตึง ๆ เป็นใช้ได้
      5. บั้นท้ายควรให้งอขึ้นเล็กน้อย ระหว่างบริหารต้องหดก้นหรือขมิบทวารหนัก คล้ายยกสูงให้หดเข้าไป ในลำไส้
      6. ตามองตรงไปจุดใดจุดหนึ่งจุดเดียว สลัดความคิดฟุ้งซ่าน กังวล ออกให้หมด ทำสมาธิให้รู้สึกอยู่ที่เท้า
      7. แกว่งแขนไปข้างหน้าเบาหน่อย ทำมุม 30 องศากับลำตัว แล้วแกว่งไปหลังแรงหน่อย ทำมุม 60 องศากับลำตัว จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยง นับเป็น 1 ครั้ง โดยปล่อยน้ำหนักมือให้เหมือนลูกตุ้ม แกว่งแขนไป-มา โดยเริ่มจากทำวันละ 500 ถึง 1,000-2,000 ครั้ง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที

         เห็นไหมค่ะว่าสามารถทำได้ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวอะไรมากมาย ยังไงก็อย่าลืมลองนำไปปฏิบัติดูนะค่ะ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ไม่มีเวลาไปออกกำลังกายที่ไหน หรือจะสลับกับการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ แก้เบื่อบ้างก็ได้
 
ที่มา ... lauriermybrand.com